ถุงยางอนามัย
posted on 02 Dec 2008 09:21 by pongsiri116 in com
ถุงยางอนามัย(Condom)
ถุงยางอนามัย เป็นถุงยางสำหรับใส่คลุมอวัยวะเพศขณะร่วมเพศ เพื่อป้องกันการหลั่งน้ำอสุจิเข้าไปในช่องคลอด รวมทั้งเชื้อโรคต่าง ๆ ที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (sexually transmittle infection)
ชนิดของถุงยางอนามัย
1. ถุงยางอนามัยบุรษ (Male condom)
2. ถุงยางอนามัยสตรี (Female condom)
ถุงยางอนามัยบุรษ (Male condom)
วิธีเลือกถุงยางอนามัยบุรุษ
1. สารหล่อลื่น ถุงยางอนามัยชนิดที่มีสารหล่อลื่นอยู่ด้วย จะไม่แตกง่ายเหมือนกับชนิดที่ไม่มีสารหล่อลื่น และทำให้ไม่รู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ สารหล่อลื่นที่ใช้กับถุงยางอนามัยจะมีส่วนประกอบที่เป็นน้ำ (water base) หรือซิลิโคน (silicone base)2. สารฆ่าเชื้ออสุจิ ถุงยางอนามัยบางชนิดเคลือบด้วยสารฆ่าเชื้ออสุจิในกรณีถุงยางแตกหรือรั่ว สารที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ Nonoxynol – 9 สารนี้จะฆ่าตัวอสุจิโดยการทำให้เยื่อหุ้มเซลล์ของตัวอสุจิชำรุดเกิดการรั่วไหลของส่วนประกอบภายในเซลล์ ทำให้เซลล์ตาย อีกทั้งยังสามารถฆ่าเชื้อเอดส์ได้อีกด้วย อย่างไรก็ดีบางรายพบว่าถุงยางอนามัยที่มีสาร Nonoxynol – 9 ทำให้เกิดอาการระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อบุผิวของอวัยวะเพศได้
3. รูปร่างของส่วนปลาย ถุงยางอนามัยแบบที่มีส่วนปลายเป็นกระเปาะยื่นออกมาเล็กน้อยบริเวณนี้จะเป็นบริเวณที่รองรับน้ำอสุจิไว้หลังจากสิ้นสุดการมีเพศสัมพันธ์ ส่วนถุงยางอนามัยชนิดปลายเรียบมน เวลาใช้สามารถทำให้เกิดเป็นกระเปาะ (reservoir) ได้โดยเหลือส่วนปลายไว้ครึ่งนิ้วเมื่อสวมถุงยางอนามัย
4. สี กลิ่นและรสของถุงยางอนามัย ถุงยางอนามัยบางชนิดชโลมสารหล่อลื่นที่มีกลิ่นและรสต่าง ๆ ดังนั้น จึงสามารถเลือกชนิดที่ชอบได้ ถุงยางบางชนิดใส่น้ำหอมไว้ด้วย ซึ่งคนใช้ที่แพ้น้ำหอมควรระมัดระวัง ถุงยางอนามัยมาตรฐานโดยทั่ว ๆ ไป สีมักไม่ตก
5. เลือกใช้ถุงยางอนามัยที่ดี และมีคุณภาพ โดยดุวันผลิตที่พิมพ์อยู่ข้างซอง อายุของถุงยางอนามัยและการเก็บรักษา จะมีอายุประมาณ 5 ปี และจะเริ่มต้นเสื่อมสภาพไปอย่างช้า ๆ หลังจากผลิต 2 ปีครึ่ง สิ่งที่ทำให้ถุงยางอนามัยเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติคือ ความร้อน แสงสว่าง และการดึงรั้งดังนั้นอย่าวางถุงยางอนามัยให้ถูกแสงแดด และอย่าเก็บถุงยางอนามัยไว้ในกระเป๋าสตางค์หรือกระเป๋ากางเกงด้านหลัง เพราะหากมีการกดทับ อาจทำให้ถุงยางอนามัยฉีกขาดได้
วิธีใช้ถุงยางอนามัยบุรุษ
1. ฉีกมุมซอง ดึงถุงยางออกอย่างระมัดระวัง เพราะถุงยางอาจขาดได้จากการฉีกซอง หรือถูกเล็บมือขณะฉีก อย่าทดสอบถุงยางก่อนใช้โดยการเป่าลมเข้าไปดู หรือดึงดู และสวมถุงยางเมื่ออวัยวะเพศแข็งตัวเต็มที่
2. จับถุงยางให้วงแหวนรอยม้วนอยู่ด้านนอกของถุงยาง คลี่ถุงยางออกมาประมาณ 1 – 2เซนติเมตร
3. ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้บีบปลายกระเปาะ เพื่อไล่อากาศและเว้นที่ไว้สำหรับเก็บน้ำอสุจิและลดการแตกของถุงยาง
4. ใช้มืออีกข้างหนึ่งรูดถุงยางอนามัยจนคลุมองคชาต
5. ถุงยางอนามัยที่ไม่มีสารหล่อลื่น ควรใส่สารหล่อลื่นที่มีส่วนผสมเป็นน้ำ เช่น K – Yjelly บริเวณส่วนปลายของถุงยางอนามัยเล็กน้อย เพื่อทำให้มีความรู้สึกที่ดีขึ้น ขณะใช้โดยไม่ทำให้ถุงยางลื่นหลุดออกได้ง่ายขณะสวมถุงยางอนามัย ห้ามใช้สารหล่อลื่นที่ทำมาจากน้ำมันโดยเด็ดขาดผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากน้ำมัน เช่น วาสลิน น้ำยานวดตัว โลชั่นทาผิว น้ำมันพืช เพราะจะทำให้ทำลายคุณภาพของถุงยางขณะใช้
6. หลังมีเพศสัมพันธ์เสร็จ ควรถอดถุงยางทันทีก่อนที่องคชาตจะอ่อนตัว โดยการจับที่ขอบถุงยางให้ชิดโคนองคชาต หรือใช้กระดาษชำระหุ้มรอบโคนแล้วถอดออก ระวังอย่าให้น้ำอสุจิไหลเปรอะเปื้อนช่องคลอด ถ้าพบว่าถุงยางรั่ว จะต้องใช้ครีมหรือเยลลี่ฆ่าตัวอสุจิใส่ในช่องคลอดทันทีหรือใช้ postcoital contraception ร่วมด้วย
7. ถุงยางอนามัยที่ใช้แล้ว ควรทิ้งในถุงขยะหรือนำไปเผา ไม่ควรทิ้งลงในโถส้วม เพราะถุงยางไม่สลายตัว
ข้อดีของถุงยางอนามัยบุรุษ
1. ถุงยางอนามัยบุรุษนอกจากใช้คุมกำเนิดแล้ว ยังใช้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะโรคเอดส์ได้ไปพร้อมกัน
2. ใช้ได้เองโดยไม่ต้องปรึกษาแพทย์
3. พกสะดวก น้ำหนักเบา หาได้ง่าย ใช้เสร็จแล้วทิ้งได้เลย
4. ปลอดภัย ไม่เกิดอาการแทรกซ้อนต่อระบบอวัยวะต่าง ๆ ของผู้ใช้
5. เห็นผลและมั่นใจในประสิทธิภาพของการป้องกันได้ทันที
6. เป็นอุปกรณ์ที่กำหนดมาตรฐานไว้ให้มีประสิทธิภาพสูง ถ้าปฏิบัติถูกวิธีจะได้ผลดีมาก
7. เป็นอุปกรณ์ที่ฝ่ายชายเป็นผู้มีบทบาทในการคุมกำเนิด
8. ช่วยยืดระยะเวลาหลั่งน้ำอสุจิของฝ่ายชายออกไปได้9. ไม่มีผลต่อการเจริญพันธุ์เมื่อเลิกใช้ แต่กลับมีผลดีต่อฝ่ายหญิงที่มีภูมิต้านทานต่อต้านตัวอสุจิ
ข้อเสียของถุงยางอนามัยบุรุษ
1. เกิดความล้มเหลวในการใช้ถุงยางอนามัยได้สูง หากผู้ใช้ใช้ไม่ถูกต้อง ขาดความตั้งใจและใช้ไม่สม่ำเสมอ
2. ถ้าใช้เป็นเวลานาน อาจทำให้ฝ่ายหญิงรู้สึกระคายเคืองหรือเจ็บช่องคลอดได้
3. มีอาการข้างเคียง เช่น อาจมีอาการระคายเคืองเฉพาะที่ ซึ่งช่วยได้ดว้ ยการเลือกชนิดถุงยางอนามัยที่มีสารหล่อลื่น หรือใช้ K – Y jelly สำหรับหล่อลื่น ในบางรายอาจมีอาการแพ้ถุงยางอนามัย (allergic reaction) ได้ทั้งฝ่ายหญิงหรือชาย แต่พบน้อยมาก
4. เป็นภาระในการหาที่ทิ้งถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วให้เหมาะสม
ถุงยางอนามัยสตรี(Female condom)
ขั้นตอนการใส่ถุงยางอนามัยสตรีและการถอดออก
1. ล้างมือให้สะอาด
2. ผู้ใช้อยู่ในท่านอนหงายชันเข่าหรือท่านั่งยอง ๆ
3. เมื่อแกะถุงยางอนามัยสตรีออกจากซองให้ตรวจดูว่าวงแหวนภายในอยู่ในก้นถุง
4. ใช้มือข้างที่ถนัดจับขอบในของถุงยาง จากภายนอกของถุงยาง ซึ่งอยู่บริเวณก้นถุงด้วยนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วกลาง บีบเข้าหากันเป็นรูปวงรีแคบ ขณะเดียวกันให้วางนิ้วชี้ทาบไปบนวงแหวนระหว่างนิ้วหัวแม่มือกับนิ้วกลาง เพื่อช่วยให้การสอดเข้าช่องคลอด โดยที่ปล่อยปลายเปิดซึ่งติดกับวงแหวนภายนอกให้ห้อยลง
5. ใช้มืออีกข้างหนึ่งแยกปากช่องคลอดให้เปิดออก จากนั้นสอดขอบในของถุงยางเข้าสู่ช่องคลอด
6. ใช้นิ้วชี้ของมือข้างที่ถนัด สอดผ่านปลายเปิดขอบนอกถุงยางดันขอบในให้ตรงเข้าไปในช่องคลอดให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้
7. เมื่อสอดใส่เสร็จขอบนอกจะอยู่ภายนอกช่องคลอด และจะห่างจากปากช่องคลอดประมาณ 1 นิ้ว เมื่อมีการร่วมเพศช่องคลอดจะยืดขยายตัว ทำให้ส่วนของถุงที่ยื่นออกมาหดสั้นลงจนขอบนอกชิดกับปากช่องคลอดได้
8. ในขณะสอดอวัยวะเพศชายเข้าช่องคลอด ฝ่ายหญิงอาจช่วยโดยใช้มือจับขอบนอกให้ชิดกับปากช่องคลอด เพื่อป้องกันการสอดเข้าด้านข้างของถุงยางอนามัยสตรี
9. หลังการร่วมเพศให้เอาถุงยางอนามัยสตรีออกจากช่องคลอดก่อนลุกนั่งหรือยืน โดยการบีบและหมุนขอบนอก เพื่อไม่ให้น้ำอสุจิไหลออกทางปลายเปิด จากนั้นดึงออกจากช่องคลอดอย่างนุ่มนวล ตรวจดูสภาพของถุงยางอนามัยสตรีว่าไม่มีรอยชำรุด แล้วจึงทิ้งถังขยะให้มิดชิด ห้ามนำกลับมาใช้ใหม่
10. ถ้ามีการร่วมเพศซ้ำ ต้องใช้ถุงยางอนามัยอันใหม่
ข้อดีของถุงยางอนามัยสตรี
1. สามารถซื้อได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องปรึกษาแพทย์
2. ไม่ต้องใช้ร่วมกับยาฆ่าตัวอสุจิ
3. สามารถใช้ได้ขณะมีระดู
4. ไม่สัมผัสกับน้ำอสุจิ
5. มีความทนทานกว่าถุงยางอนามัยบุรุษ จึงทำให้ไม่ฉีกขาดง่ายขณะร่วมเพศ
6. ให้ความรู้สึกสัมผัสขณะมีเพศสัมพันธ์ดีกว่าถุงยางอนามัยบุรุษ
7. หลังการร่วมเพศแล้ว ฝ่ายชายไม่จำเป็นต้องรีบถอนอวัยวะเพศออก เพื่อถอดถุงยางอนามัยทันที
8. ขนาดความกว้างของถุงยางอนามัยสตรี เพียงขนาดเดียวใช้ได้กับทุกคน จึงไม่จำเป็นต้องผลิตหลาย ๆ ขนาด
ข้อเสียของถุงยางอนามัยสตรี
1. การสอดใส่ถุงยางอนามัยเข้าไปในช่องคลอดเป็นเรื่องที่ผู้หญิงบางคนยอมรับไม่ได้โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุน้อย
2. รูปลักษณะของอุปกรณ์เมื่ออยู่ในตำแหน่งที่จะใช้งาน อาจดูน่าเกลียด สำหรับผู้ใช้บางราย และอาจทำให้เสียความรู้สึก
3. อวัยวะเพศชาย อาจสอดเข้าผิดตำแหน่งโดยเจตนาหรือไม่เจตนา
4. หาที่ทิ้งยาก เนื่องจากมีขนาดค่อนข้างใหญ่
5. ไม่สลายตัวตามธรรมชาติ
6. ผู้ใช้บางราย อาจมีอาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
7. มีราคาแพงกว่าถุงยางอนามัยบุรุษ
edit @ 5 Dec 2008 00:14:59 by poky

ขอบคุณมากเอาไว้ให้้น้องชายอ่านแล้วกัน :)
เราก็ไปเจอมาที่หนึ่ง โอดีเหมือนกัน
พึ่งเคยเห็นถุงยางสำหรับผู้หญิง
http://tool-check-sex-size.blogspot.com/http://tool-check-sex-size.blogspot.com/
#1 By ถุงยางอนามัย (222.123.124.240) on 2010-06-24 15:29